พูดถึงปาย เมืองเล็กๆ ในสายหมอก เพื่อนๆคงได้ยินกันหนาหู เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่สงสัยว่าปายมีดีอะไร และทำไมทุกคนอยากไปกันนัก เพราะว่าเป็นกระแสหรือว่ามันน่าค้นหาจริงๆ พวกเราเดินทางโดยรถทัวร์จากกรุงทเพฯ-เชียงใหม่ ตอนแรกจองเครื่องไว้แล้ว แต่ช่วงนั้นมีสถานการณ์ไม่สงบจึงต้องปรับการเดินทางกะทันหัน และเมื่อถึงเชียงใหม่ ก็ทำการเช่ารถเก๋ง ราคาวันละ 1,200 บาท จำนวน 3 วัน มัดจำอีก 3,500 บาท เพื่อใช้ในการเดินทางสำหรับทริปแม่ฮ่องสอน 3 วัน 2 คืน
วันแรก : จุดที่ 1
ออบหลวงเป็นเส้นทางผ่านที่จะไปดอยแม่อูคอ เราต้องเดินทางไปพักบ้านพักแถวๆนั้น เนื่องจากใกล้กลับทุ่งดอกบัวตอง ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่เราตั้งใจจะไปกัน ขับไปเรื่อยๆ ก็เจอสวนสน สวยงามมาก มีหลายๆคนแวะถ่ายภาพกันเรื่อยๆ เราเองก็ถือโอกาสลงไปถ่ายภาพกับสวนสนด้วยเช่นกัน
![]() |
|
![]() |
![]() |
วันแรก : จุดที่ 2
ขับต่อไปอีก แวะไปที่ถ้ำแก้วโกมล ถ้ำแก้วโกมล อยู่ในท้องที่ตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย มีเนื้อที่ประมาณ 51.26 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2539 ความแวววาวของหินย้อย ที่ราวกับเกล็ดเพชรของถ้ำเมืองเหนือ
ความแวววาวของผลึกแร่แคลไซต์ สีขาวใสที่เคลือบฉาบผนังภายในถ้ำแก้วโกมล หรือที่เรียกกันว่าถ้ำน้ำแข็ง ถูกค้นพบโดยบังเอิญ เมื่อวิศวกรสำรวจเหมืองแร่ของสำนักงานทรัพยากรธรณีแม่ฮ่องสอน ขุดเจาะอุโมงค์เข้าไปตามสายแร่ ลักษณะถ้ำมีผนังแวววาว ยิ่งยามต้องแสงไฟผลึกแร่ดูงดงามดั่งเกล็ดน้ำแข็ง ถ้ำเช่นนี้พบเห็นได้เพียง 3 แห่งในโลก คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน และประเทศไทย
ภายในถ้ำแก้วโกมลมีอากาศร้อนและเป็นที่อับ อากาศไม่สามารถถ่ายเทได้ มีออกซิเจนจำกัด ทางวนอุทยาน ฯ จึงกำหนดให้เข้าชมได้รอบละ 20 ท่าน และในแต่ละรอบ ให้ชมได้ไม่เกิน 20 นาที เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกท่าน
การเดินทางไปถ้ำแก้วโกมล
จากแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 108 เข้าสู่ อ.แม่ลาน้อย จากหน้าโรงพยาบาลแม่ลาน้อยแยกเข้าไปอีก 5 กม. ถึงถ้ำแก้วโกมล
ข้อมูลจาก http://www.ezytrip.com/travelsearch/district_attract2.php?chk=2696
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 2 : จุดที่ 1
ทุ่งดอกบัวตอง บนภูเขากว้างใหญ่ มีดอกบัวตองเหลืองอร่ามปกคลุมทุกพื้นที่ ถึงแม้ว่าเราจะไปช่วงที่ดอกบัวตองเริ่มจะโรย แต่ก็ยังมีความสวยงามหลงเหลืออยู่ มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่กางเต๊นท์นอนบริเวณนี้ด้วย
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ระหว่างเดินทางไปป๋างอุ๋ง แวะถ่ายภาพดอกไม้ข้างๆทาง ที่ชางบ้านแถวนี้ปลูกไว้ และเสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท และมีของขายอยู่ริมทางด้วย เช่น เมล็ดพันธุ์ต่างๆ รวมถึงผักชนิดต่างๆ จากชาวเขา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 2 : จุดที่ 2
เดินทางจากดอยแม่อูคอ ไปป๋างอุ๋ง ด้วยระยะทางค่อนข้างไกล และถนนขลุขละ ไปถึงก็บ่ายแล้ว ทำให้ไม่ได้ภาพหมอกสวยๆริมน้ำเท่าไหร่ ตอนแรกคิดว่าจะมานนอนกางเต๊นท์ที่นี่ แต่ว่าที่พักแน่นหมด แม้แต่เต๊นท์ก็ไม่มีที่ให้กาง จึงคิดว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาสมาแม่ฮ่องสอนต้องมานอนค้างที่ปางอุ๋งเพื่อเก็บภาพสวยๆยามเข้า
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 2 : จุดที่ 3
หลังจากออกจากป๋างอุ๋งแล้ว ก็เดินทางเข้าที่พัก "ปายกลางนา" ระหว่างทางก็แวะถ้ำปลา ซึ่งมีบริเวณกว้างขวาง และมีปลาอยู่ในลำธารจากถ้ำ ที่มาที่เรืยกว่าถ้ำปลานั้นเอง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 2 : จุดที่ 4
ในเมืองปายยามค่ำคืน มีร้านค้ามากมายระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก เช่น เสื้อยืด กระเป๋า โปสการ์ด งานแฮนด์เมคต่าง หรือของกินก็มีให้เห็นตลอดทางเดิน ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบายทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเดินยามค่ำคืนจำนวนมาก
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
“ปายกลางนา” ที่พักคืนที่ 2 ที่พวกเราเลือกค่ะ มีด้วยบ้านพักจำนวน 7 หลัง ที่โดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา มีชาวนาทำนาประปราย และมีกระบือ (ควาย) และวัวตัวน้อยใหญ่ เล็มหญ้ายามเช้า ได้บรรยากาศจริงๆ ห้องพักก็ดูเรียบง่าย แต่ภายในเต็มไปด้วยการตกแต่งอันแสนอบอุ่น พร้อมเครื่องใช้อำนวยความสะดวกมากมาย จนไม่อยากออกไปเที่ยวข้างนอก เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ แถมเจ้าของยังใจดีมีน้ำใจ จำได้ว่าช่วงที่เราไปเขาวิ่งวุ่นเรื่องการเดินทางกลับให้ เพราะว่าช่วงนั้นมีเหตุการณ์ปิดสนามบิน เลยต้องรบกวนคุณมาร์ค(เจ้าของรีอสร์ท) ในยามดึก ยิ่งทำให้รีสอร์ทแห่งนี้อบอุ่นยิ่งนัก มีเจ้าหมา 2 ตัว ที่วิ่งเล่นจนเหนื่อย (เราก็เหนื่อยหมาก็เหนื่อย) เราถามคุณมาร์ค (เจ้าของรีสอร์ท) ว่าเป็นคนที่ไหน เขาตอบว่าเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาทำรีอสร์ทที่ปาย เดินทางไปๆมาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ –ปาย ซึ่งเราเองก็เชื่อว่ามีคนกรุงอีกหลายๆคนที่หลงเสน่ห์เมืองปาย และมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่น้อย หากมีโอกาส
“สำหรับกิจกรรมในปายกลางนา การให้อาหารวัว ส่วนหน้าทำนาก็สามารถดูกิจกรรมของชาวนา
และใครคนที่รักการสื่อสาร ก็มีบริการโปสการ์ดพร้อมส่ง หรือถ้าเหงาๆ ก็ยืม CD ภาพยนต์ มาดูที่ห้องได้ตามใจชอบ สำหรับคนไอทีมีอินเทอร์เน็ตใหได้อัพเดทงานกันนะคะ รับรองค่ะว่ามาที่นี่แล้วจะไม่เหงา มีอะไรให้ทำตลอดเวลาค่ะ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบรรยากาศที่สวยงาม ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย นี่ละคะ “ปายกลางนา”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วันที่ 3
วันสุดท้ายแล้ว ต้องเดินทางกลับโดยไปตั้งต้นที่เชียงใหม่ และนำรถที่เช่าไปคืน ระหว่างทางผ่านห้วยน้ำดัง สวยงามมาก มีทะเลหมอก และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ดอกกะหล่ำสีม่วงสดใส สวยงามจริงๆ
ข้อความที่ [3] Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง
ข้อความที่ [2] Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง
ข้อความที่ [1] Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง